2007/May/29

ถ้าน่าติดตาม ก็กลับไปตอนก่อนหน้านี้ได้น้า ^0^"

ตอนที่1 http://myfiction.exteen.com/20061228/entry-2

ตอนที่2 http://myfiction.exteen.com/20070102/2-t-t

ตอนที่3 http://myfiction.exteen.com/20070107/entry

ตอนที่4 http://myfiction.exteen.com/20070121/entry#

ตอนที่5 http://myfiction.exteen.com/20070125/entry#

ตอนที่6 http://myfiction.exteen.com/20070128/entry#

ตอนที่7 http://myfiction.exteen.com/20070201/entry#

ตอนที่8 http://myfiction.exteen.com/20070205/entry

ตอนที่9 http://myfiction.exteen.com/20070212/entry

ตอนที่10 http://myfiction.exteen.com/20070220/entry#

ตอนที่11 http://myfiction.exteen.com/20070227/entry

ตอนที่12 http://myfiction.exteen.com/20070310/entry#

ตอนที่13 http://myfiction.exteen.com/20070317/entry#

ตอนที่14 http://myfiction.exteen.com/20070318/entry

ตอนที่15 http://myfiction.exteen.com/20070411/entry#

ตอนที่16.1 http://myfiction.exteen.com/20070419/entry

ตอนที่16.2 http://myfiction.exteen.com/20070501/entry

ตอนที่17 http://myfiction.exteen.com/20070511/entry

--------------------------------------

ในที่สุดก็เขียนนิยายเสร็จอีกตอนจนได้ ฮือช่วงนี้อาโอะไม่ว่างเยยT_T กว่าจะมีโอกาสได้เขียนก็ได้เขียนแค่วันละไม่กี่บรรทัดเอง วันนึงได้นิดนึง แฮ่ๆต้องทำใจกันนิดนะคะ เนื้อเรื่องพออ่านๆอาจสะดุดมากขึ้นเพราะอาโอะไม่ได้เขียนต่อกันเลยนาฮิๆ เอาหล่ะไปอ่านกันเลยนะค้า

--------------------------------------------

ความเดิมตอนที่แล้ว : นฤพานแสดงพละกำลังมหาศาลเหนือมนุษย์ให้แก่เหล่าทหารที่คุมตัวเธอได้รู้ว่า พวกเขาไม่มีทางที่จะสู้ได้แน่นอน พวกเขาตัดสินใจเรียกกองทหารในหมู่บ้านมาช่วย แต่โชคช่วยมายและนฤพานมากที่หลวงพ่อใจบุญมาโผล่ออกมาและพบว่านฤพานไม่ใช่ปีศาจทั้งยังชวนนฤพานและมาย เข้าเมืองไปด้วย ทำให้ไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้น ส่วนทางด้านอายและเอียร์ก็ได้พูดคุยปัญหาจนเข้าใจกันดีหมดแล้ว แต่ปัญหาอื่นก็เกิดขึ้นแทนเมื่อมิโกะละเมอขึ้นว่าเคนสุเกะฆ่าแม่ของเธอเสียได้...

-------------------------------

ตอนที่ 18

มิโกะ... เคนสุเกะพูดขึ้นด้วยอาการตกใจเมื่อเห็นมิโกะเลือดกระอักออกจากปากนั้น พร้อมทั้งรีบนำผ้าแห้งที่อยู่ในน้ำอุ่นนั้นขึ้นมาบิดพอหมาด แล้วซับเลือดที่ปากของมิโกะ

... อายยังคงตกใจในสิ่งที่มิโกะละเมอจนไม่กล้าพูดหรือทำอะไร ยังคงนั่งมองนิ่งๆอยู่อย่างนั้น

หลังจากเคนสุเกะซับเลือดของมิโกะเสร็จ เคนสุเกะก็ลุกขึ้นไปรินน้ำใส่แก้ว แล้วเดินกลับมาเอาแก้ววางไว้ที่ข้างถังน้ำ จากนั้นเขาก็เริ่มเช็ดตัวของมิโกะที่ส่วนแขน ห้องเงียบอยู่นานเป็นพักใหญ่ทีเดียว จนกระทั่งมิโกะเริ่มรู้สึกตัว

พี่... มิโกะหันมามองเคนสุเกะแล้วเอ่ยขึ้น

ฟื้นแล้วหรอมิโกะ เคนสุเกะยิ้มพร้อมนำมือไปลูบหัวมิโกะ

หนูสลบไปนานไหมคะ มิโกะหันหน้าไปมองเคนสุเกะแล้วถาม

สักสี่ชั่วโมงได้มั้ง เคนสุเกะตอบ

แปปเดียวเองนี่นา มิโกะเอ่ยขึ้นต่อ

ฟื้นไวก็ดีแล้วนี่ พี่ละตกใจแทบแย่ตอนเรากระอักเลือดน่ะรู้มั้ย เคนสุเกะพูด

แฮะๆ แค่มุขน่ะ ฮะ... แค่ก แค่ก มิโกะพูดยิ้มๆแต่แล้วเธอก็ไอออกมาพร้อมเลือด

มิโกะ! เคนสุเกะรีบประคองตัวมิโกะขึ้นมานั่งแล้วเอาแก้วน้ำที่ไปหยิบมาเมื่อครู่ให้มิโกะดื่ม

พอ...แล้วล่ะค่ะ มิโกะดื่มน้ำไปได้ครึ่งแก้วก็เอ่ยขึ้น

อ่ะ...อืม เคนสุเกะตอบรับแล้วเอาแก้วน้ำวางไว้ที่เดิม

แย่เลยแฮะเลือดออกเยอะเลย ชักเพลียๆ ขอนอนพักต่อหน่อยได้ไหมคะ มิโกะหันมาถามเคนสุเกะ

เอาสิ เคนสุเกะยิ้มเล็กๆที่มุมปากก่อนจะค่อยๆประคองตัวมิโกะนอนลงอย่างช้าๆจนเสร็จ

...อ่ะ เอ่อ งั้น ทั้งคู่อยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองจะคุยกันตามประสาพี่น้องสะดวกกว่านะ งั้นเราไม่รบกวนนะ อายมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วตัดสินใจตัดบทรีบออกจากห้องไปทันที

อายเดินออกมาจากห้องแล้วก็รีบเลื่อนประตูปิดไว้อย่างเดิมทันที เธอยืนรอฟังเสียงสถาณการในห้องสักพัก เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว จึงเดินไปทางห้องน้ำทันที

เห้อให้ตายสิไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้เข้าซะแล้ว อายเดินไปบ่นไปจนมาถึงหน้าห้องน้ำ เอียร์ในชุดนอนแขนยาวขายาวทำจากขนสัตว์ย้อมสีแดงทั้งตัวก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดิบพอดี

อ้าวอาย มายืนทำอะไรตรงนี้ เอียร์จ้องหน้าอายเขม็งแล้วถาม

หนูก็มารออาบน้ำต่อจากพี่สิ อายจ้องหน้าคืนแล้วตอบ

อืม... เอียร์ได้ยินคำตอบแล้วก็เดินผละออกไปทางห้องรับแขกทันที

แย่จริงเลยคุยกันไม่ค่อยสนิทใจเลยแฮะ อายบ่นขึ้นมาลอยๆแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วหันไปทางด้านที่แขวนผ้าซึ่งมีผ้าเช็ดตัวและชุดนอนสีแดงเหมือนกับของเอียร์แขวนเอาไว้ ...สุดท้ายพี่ก็ยังเตรียมผ้าเช็ดตัวกับเสื้อเปลี่ยนไว้ให้เราเหมือนเดิมแฮะ ฮิๆ อายยิ้มแล้วคิดในใจ ก่อนจะหยุดยืนอยู่เฉยๆสักแปป เฮ้คีมุนนายตื่นอยู่หรือป่าว... อายคิดในใจอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบกลับภายในจิตใจเธอ เห้อไม่ตื่น ค่อยยังชั่ว...งั้นอาบน้ำละนะ อายเอ่ยแล้วเธอจึงเปลื้องผ้าเพื่อจะอาบน้ำทันที (/ตัดฉาก ปิ๊บๆ)

อีกด้านหนึ่ง

ณ โรมแรมอันสวยงามหรูหราในแบบสไตล์ตะวันออก ตั้งอยู่เยื้องบริเวณใจกลางเมืองอาซาฮีนะไปเล็กน้อย โรงแรมนี้ แทบจะเรียกได้ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่เยี่ยมที่สุดในเมืองอาซาฮีนะก็ว่าได้

ภายในห้องอาหารที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ของโรงแรมนี้ หลวงพ่อผู้ดูท่าทางใจดีนั้นนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารเตี้ยๆเพียงแค่พอสอดขาเข้าไปนั่งได้ หันหน้าชนกับมายและนฤพานอยู่นั้น แต่ทว่าดูท่าทางจะเงียบชอบกล

พวกลูกๆไม่ต้องเกรงใจนะเริ่มพูดก่อนได้เลย หลวงพ่อเอ่ยทำลายความเงียบ

ทำไม...หลวงพ่อพาพวกเรามาโรงแรมนี้ละคะ มายถามด้วยความสงสัยแล้วหันไปมองหน้านฤพาน นฤพานก็พยักหน้าเออออตามมายไป

เจ้าเมืองอาซาฮีนะ ขอให้พ่อมาพักที่นี่ชั่วคราวก่อนจะเดินทางกลับน่ะ หลวงพ่อตอบ

อ่อ...ค่ะ มายเอ่ยแล้วยิ้ม อ่อ หนูชื่อมายนะคะ ฝากตัวด้วยนะคะ มายพูดแล้วโค้งคำนับจนหน้าติดกับโต๊ะ

มายรึ...พ่อจะจำชื่อลูกไว้... หลวงพ่อพยักหน้า

นี่ นฤพานก็แนะนำตัวหน่อยสิ มายหันไปทักนฤพาน

...ค่ะ ดิ ชั้น ชื่อ...น ฤ พาน ค่ะ นฤพานพูดติดๆขัดๆเช่นเดิม

อืม... หลวงพ่อพยักหน้า

ว่าแต่เรียกพวกเรามามีเรื่องอะไรหรอคะ คือพอดี พวกเรามีธุระที่ต้องทำนะค่ะ มายพูดเร่งหลวงพ่อให้รีบถามรีบเสร็จ

อ่อ...มาย...ลูกยังจำเรื่องวุ่นวายที่งานจ้าวแห่งความแม่นยำได้ไหม? หลวงพ่อพยักหน้า แล้วเอ่ยถามทันทีโดยไม่รอ

เรื่องวุ่นวาย?...ที่มีพวกผีดิบโผล่ออกมาน่ะหรอคะ มายเอ่ยถามแทนที่จะตอบ

นี่ลูก จำมิได้เลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้น หลวงพ่อถามกลับ

ไม่รู้สิคะ หนูสลบไปกี่วันแล้วก็ไม่รู้ฟื้นอีกทีก็มาอยู่หน้าเมืองอาซาฮีนะแล้วค่ะ มายตอบ

งั้นลูกอาจจะโดนปีศาจควบคุมร่างเวลานั้นก็เป็นได้ หลวงพ่อบอกด้วยสีหน้าตึงเครียด

ปีศาจ... ควบคุมร่างงั้นหรือคะ... มายเริ่มสงสัย

เอ้า พ่อจะให้สร้อยแห่งการรู้แจ้ง แก่เจ้า จงพกติดตัวไว้ตลอด หลวงพ่อพูดแล้วหยิบสร้อยลายสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมรกตวงกลมอยู่ภายใน และภายในมรกตนั้นยังมีไม้กางเขนฝังอยู่ภายในอีกด้วย ดูๆไปแล้ว น่าจะหาไม่ได้ง่ายๆและราคาแพง

สวยจังเลย... มายหยิบมาดู แล้วยื่นให้นฤพานดูด้วย

สวย... นฤพานเอ่ยขึ้นหลังจากจับสร้อยอยู่ได้สักครู่

ระวังหายหละลูก เก็บรักษามันไว้ให้ดี เพื่อตัวลูกเอง... เอาหล่ะต่อไปพ่อไม่อ้อมค้อมแล้วนะ... หลวงพ่อบอกแล้วหันหน้ามาทางนฤพาน

อะ ไร หรอ คะ นฤพานถามทันทีที่เห็นหลวงพ่อมองหน้า

ลูกเป็นสัตว์เทพ จำแลงมาสินะ หลวงพ่อถามตรงๆกับนฤพาน

... นฤพานไม่กล้าตอบ

เอ๋ สัตว์เทพจริงๆหรอนฤพาน มายที่กำลังสนใจสร้อยอยู่ก็เกิดอาการตกใจเมื่อได้ยินคำถามนั้นพร้อมถามเพิ่มอีก

... นฤพานไม่ตอบแต่พยักหน้าหลังจากที่มายถาม

เป็นบุญของบ้านเมืองโดยแท้ที่หนึ่งในสัตว์เทพมาถึงหมู่บ้านนี้ หลวงพ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงปิติยินดี

โห มิน่าล่ะ เมื่อกี้นี้ถึงได้มีพลังมหาศาลอย่างกับช้างแน่ะ มายเอ่ยด้วยท่าทีตื่นเต้น

อย่า...บอก ใคร นะ คะ นฤพานหันไปเอ่ยกับหลวงพ่อ

พ่อไม่บอกใครแน่ สบายใจได้... หลวงพ่อตอบ

มาย ด้วย นฤพานหันไปบอกกับมายต่อ

อือๆๆ ไม่บอกใครแน่นอน มายพยักหน้ายิ้มแป้นพร้อมตอบรับ

แล้วท่าน มาทำอันใดที่นี่หรือ หลวงพ่อหันไปพูดกับนฤพานด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไป

เรียก ลูก แบบ เก่า ได้ ก็ ได้ ค่ะ นฤพานเริ่มพูดเพี้ยน

ได้ หลวงพ่อพยักหน้า

เล่าได้แล้วน่า อยากรู้เหมือนกันว่าทำไม ฮิฮิ มายเร่งให้นฤพานเล่าแล้วหัวเราะ

ไม่... นฤพานส่ายหน้าพร้อมตอบ

อ้าว ทำไมล่ะ มายผิดหวังกับคำตอบ

... หลวงพ่อไม่พูดอะไรพร้อมพยักหน้า เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้พ่อก็ไม่ขัดใจลูกๆแล้ว... แต่นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกลูกๆจะพักที่ไหนหล่ะ ถ้ายังหาไม่ได้ พ่อจะให้คนของพ่อจัดการเรื่องที่พักให้ หลวงพ่อแสดงความมีน้ำใจ

อ่ะ อ๋อ ของหนูมีที่ที่ต้องไปอยู่น่ะค่ะ มายตอบ

ชั้น ก็ มี ค่ะ นฤพานเอ่ยต่อ

งั้นหรือ... หลวงพ่อกล่าว

งั้นหนูขอลานะคะหลวงพ่อ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ มายลุกขึ้นก่อนจะโค้งคำนับแล้วพูดขึ้น

... นฤพานเห็นมายลุกขึ้นจึงลุกแล้วโค้งคำนับตาม

ไม่เป็นไรหรอก เป็นบุญของบ้านเมืองแล้ว ฮ่ะๆๆ รักษาตัวนะ... หลวงพ่อกล่าวตอบ

ค่า~ มายเอ่ยแล้วหันมาหานฤพาน ปะ ไปกันเถอะ มายพูดแล้วจูงมือนฤพานออกไปข้างนอกทันที แต่นฤพานก็ยังคว้าเอาตะกร้าของตนเองออกมาทัน

ทั้งคู่เดินออกมานอกโรงแรม แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นจันทร์ที่เต็มดวงส่องแสงบทบังดวงดาวทุกดวงในค่ำคืนนี้

เอาหละ ท่านนฤพาน จะไปไหนหรือเจ้าคะ มายปล่อยมือนฤพาน แล้วหันหลังกลับมาถามพร้อมทั้งแซวไปด้วย

เรียก แบบ เดิม ดี กว่า... นฤพานทำท่าทางเขินๆ พร้อมบอก

จ้าๆ ฮิๆ แล้วนฤพานจะไปทางไหนละ มายเอ่ย พร้อมทั้งหัวเราะ

ทางนั้น นฤพานชี้ไปทางด้านล่างของเมือง

ว้าว ทางเดียวกันเลย เดินไปด้วยกันนะ มายมีท่าทางดีใจพร้อมทั้งยิ้ม

ค่ะ นฤพานพยักหน้า

ทั้งคู่เดินไปด้วยกันเรื่อยๆ ออกมาจากโรงแรมนั้นได้ไกลทีเดียว จนมองเห็นโรงเตี๊ยม ที่พักสำหรับคนไม่มีเงินทองมากนัก ดูโทรมต่างกับโรงแรมเมื่อครู่ราวฟ้ากับดินก็ว่าได้ เมื่อถึงหน้าโรงเตี๊ยมนี้นฤพานก็หยุดเดินทันที

อ้าว... เป็นอะไรหรอ มายหันไปถามนฤพาน

ชึ้น ต้อง ไป หา พี่... ชั้น ต้อง แยก กับ มาย แล้ว โชค ดี นะ นฤพานหันมาบอก แล้วเดินอุ้มตะกร้าของตัวเองเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมนั้นทันที

อะไรของเขานะ... มายยืนงงเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับเดินไปทางบ้านของเคนสุเกะต่อ

ว๊ากกกกกกกก เสียงของผู้ชายร้องเสียงดังด้วยท่าทางตกใจ แล้วตามมาด้วยเสียงลังไม้แตกดังโครม

อะไรน่ะ มายตกใจแล้วหันหลังมาดู เห็นเป็นชายรูปร่างท่าทางน่ากลัวดูแล้วท่าจะเป็นนักเลง นอนแผ่สองสลึงอยู่บนกล่องไม้สำหรับบรรทุกสิ่งของ หรือว่า...นฤพาน มายคิดในใจ แล้ววิ่งเข้าไปดูที่โรงเตี๊ยมทันที

หึ ใครหน้าไหนอีกที่มันอยากจะหาเรื่องกับข้าอีก เสียงใหญ่เข้มแข็ง ดูมีพลังอำนาจสูงส่งพูดเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม มายมองไปที่เจ้าของเสียงที่ยืนอยู่กลางร้าน เขามีร่างกายใหญ่โต บึกบึน ใบหน้าที่ดูเข้มดูแล้วยังไม่ถึงกับแก่มากนักทรงผมตัดสั้นๆไว้โดยไม่ได้จัดทรงอะไร อารมณ์เขาดูดุดันจนบางทีอาจดูน่ากลัวเสียด้วยซ้ำ

ข้านี่ไง! ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูหน้าตาหล่อเหลาเอาการรูปร่างสมส่วนพูด ในมือเขาถือดาบซามูไรเล่มใหญ่ ความคมของมันท่าทางจะสามารถฟันท่อนไม้หนาๆในครั้งเดียวให้ขาดเป็นสองท่อนได้ มีท่าทีไม่หวั่นเกรงต่อชายผู้นั้น

ฮ่าๆๆ เจ้าเนี่ยนะ...เร็วไปร้อยปีแล้ว ไอ้หนูเข้ามาก่อนเลย ชายผู้มีร่างกายใหญ่โตพูดเชิญชวน

ปากดีเช่นนี้ งั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาพูด แล้วพุ่งเข้าหาตัวชายร่างโต พร้อมทั้งเหวี่ยงดามเข้าหาชายร่างโตอย่างหนักหน่วง แต่แล้ว ชายร่างโตก็ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางรับดาบซามูไรเล่มโตนั้นไว้ได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

ปากดีนะมัน...เจ้า! ชายร่างโต พูดแล้วใช้มือข้างเดิมนั้นเหวี่ยงชายหน้าตาดีจนกระเด็นออกไปนอกร้านอย่างง่ายดาย ราวกับว่าชายคนนั้นเบาเป็นปุยนุ่นไม่มีผิด

เอาหล่ะ ไอ้หน้าไหนอีกที่มันต้องการจะมาทำลายเวลาดื่มเหล้าของข้าอีก ชายร่างโตเริ่มพูดจาวางท่าทางมากขึ้น พร้อมทั้งหยิบไหเหล้าขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาซด ในขณะที่คนอื่นๆในร้านพากันถอยออกห่างไม่กล้ายุ่งกับชายคนนี้อีก

พี่ คะ พอ เถอะ นฤพานที่นั่งเงียบอยู่ที่เก้าอี้อยู่นานแล้วนั้น อุ้มตะกร้าของเธอแล้วลุกขึ้นพูดกับชายร่างโตด้วยท่าทางฉุนเฉียว

นฤพาน น้องนี่ชอบขัดจังหวะพี่ตลอดเลยนะ ชายร่างโตวางไหเหล้าลงที่โต๊ะแล้วหันมาพูดกับนฤพานด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปและอารมณ์ที่เย็นขึ้นราวกับเป็นคนละคน

ไม่ ต้อง เลย บ้าน เรา ต้อง ได้ กัน กลับ... กลับ บ้าน เรา ได้ กัน... กัน ได้ แล้ว นฤพาน พูดไปสะดุดคำพูดตัวเองไปตามธรรมชาติของตัวเธอที่พอพูดยาวๆแล้วก็มักจะพูดผิดเสมอ

โถ่ พี่ก็รอฟังน้องพูดตั้งนานนึกว่าจะว่าอะไร ไม่หล่ะพี่ไม่กลับ เหล้ายังไม่หมดไหเลย ชายร่างโตปฏิเสธ

พี่ ก็ เป็น แบบ นี้ ทุก ที นั่น แหละ นฤพานเอ่ยต่อ

น่าๆ ขอหมดไหก่อน ชายร่างโตพูดเชิงขอร้อง

กลับ เดี๋ยว นี้! นฤพานขึ้นเสียงกับชายร่างโตนั้น

จ๊ะๆ กลัวแล้วๆ กลับก็ได้ ชายร่างโตถึงกับหงอทีเดียวเมื่อเห็นนฤพานมีอารมณ์โกรธนั้น

นฤพานได้ยินดังนั้นแล้ว จึงเดินนำออกมาก่อน โดยที่ชายร่างโตนั้นเดินตามมาติดๆ เมื่อทั้งคู่ออกมาหน้าร้านก็พบกับมายเข้าพอดี

อ๊ะ มาย ยัง ไม่ ไป กลับ นฤพานพูดผิดๆถูกๆกับมาย

ก็เห็นคนกระเด็นลอยออกมาจากร้านแบบนั้น ไม่ให้เราเป็นห่วงได้ไงล่ะ มายเอ่ยตอบ เหมือนรู้คำถามของนฤพานอยู่แล้ว

นี่ น้องไปรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเป็นคนดีหรือป่าว น้องยังไม่รู้เลย พี่เป็นห่วงน้องนะ ชายร่างโตพูดด้วยท่าทีเป็นห่วง แต่ดูท่านฤพานจะไม่ชอบใจนัก

พี่ หยุด ไป เลย... มาย เป็น คน ดี นฤพานพูดกับพี่ด้วยสีหน้าโมโหเล็กน้อย

ฮะๆ - -. มายหัวเราะแหยๆ อ่า เราชื่อมายนะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก มายเริ่มทำความรู้จักกับชายร่างโตนั้น

เหอะ..น้องรีบกลับกันเถอะพี่อยากเห็นเจ้านั่นเต็มแก่แล้ว ชายร่างโตทำท่าทางไม่สนใจมายแล้วหันมาพูดกับนฤพาน

นี่ เป็น พี่ ชั้น ชื่อ น ฤ นาท นะ เป็น พี่ ชาย ชั้น เอง นฤพานไม่สนใจคำพูดของชายร่างโต แต่หันไปบอกมายว่าชายร่างโตนี้คือนฤนาท พี่ชายของเธอ แต่ดูท่าเธอก็ยังพูดผิดๆถูกๆอยู่ดี

อ๋อเป็นพี่น้องกันนี่เอง ฮิๆ มายพูดพร้อมยิ้ม

เหอะ แค่หนึ่งวัน น้องก็ให้ความสำคัญมนุษย์คนนี้มากกว่าพี่แล้วรึ นฤนาทพูดด้วยท่าทีไม่พอใจ

เพราะ พี่ นั่น แหละ นฤพานหันกลับมาว่านฤนาท

ฮ่ะๆๆ อย่าทะเลาะกันเลย เอาเป็นว่า ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว งั้นเราขอตัวก่อนนะนฤพาน มายพูดยิ้มๆก่อนจะยกมือโบกลา

เดี๋ยว สิ นฤพานพูด แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆมาย แล้วดึงเส้นผมของตัวเองออกมาหนึ่งเส้น เก็บ ไว้ ใน สร้อย ดี ดี นะ นฤพานพูดขึ้นหลังจากยื่นเส้นผมของตนให้มาย มายทำหน้างงๆเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขึ้น

จ้า มายตอบรับแล้ว เอาสร้อยแห่งการรู้แจ้งขึ้นมาใส่เส้นผมลงไปในจี้ที่อยู่ตรงกลางสร้อยนั้น

เอาหละๆ พวกเราไปกันได้หรือยังเนี่ย พี่รอไม่ไหวแล้วนะ นฤนาทเริ่มพูดอ้อนนฤพานเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ

เราไม่มีอะไรให้นฤพานเลย ขอโทษนะ มายพูด

ไม่ เป็น ไร...แล้ว เจอ กัน นะ นฤพานพูดกับมาย แล้วหันหลังกลับไปหานฤนาท ไป กัน เถอะ ค่ะ นฤพานเอ่ย

จ๊ะๆๆ นฤนาทตอบรับเสียงหวานกับนฤพาน

มายยืนดูนฤพานกับนฤนาทเดินไปด้วยกันจนลับสายตาไป แล้วยืนครุ่นคิดกับตัวเอง

แล้วตกลงลูกในตะกร้าคืออะไรกันแน่นะ- - มายพูดขึ้นลอยๆ ก่อนจะกลับหันหลังเดินไปทางบ้านของเคนสุเกะ

นี่ก็ดึกขึ้นไปทุกทีๆแล้ว แต่มายยังเดินไปไม่ถึงบ้านเคนสุเกะสักที ท่าทีเธอเริ่มมีความกังวลขึ้นเรื่อยๆ

นี่เรา... มายพูดกับตัวเองก่อนจะหยุดเดินมองซ้ายมองขวา หลงทางนั่นเอง ฮะฮะฮะ...ฮา ฮา~ฮือ~~ มายพูดกับตัวเองต่อก่อนจะเริ่มแสดงอาการออกมา แล้วนี่เราอยู่ตรงไหนของเมืองกันแน่เนี่ย~ มายเริ่มมีอาการเครียด

เธอเดินตรงไปเรื่อยๆก็ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นบ้านของเคนสุเกะเลย ความอ่อนแรงและอ่อนล้าเริ่มเข้าครอบงำเธอ ตาของมายพร่ามัวไปหมด เกิดจากอาการหิวข้าวนั้นเอง

ยิ่งนานเข้า ก็ยิ่งเงียบ ยิ่งเปลี่ยว สองข้างทางเริ่มมีแต่ต้นไม้ และความมืด แสงไฟสลัวๆจากโคมไฟสองข้างทางเท่านั้นที่ทำให้พอเห็นทาง มายเริ่มตั้งสติ

เรา...กลับไปทางเดิมดีกว่าแฮะ มายคิดกับตัวเองแล้วหันหลังเดินไปอย่างช้าๆ โดยเธอเองไม่รู้เลยว่ามีเงาของผู้อื่นแอบตามเธอมาอยู่นานแล้ว และเมื่อเงานั้นเห็นว่าเธอกำลังจะกลับไปทางในเมืองก็พุ่งเข้าสวมกอดตัวของมายและเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากของมายไว้ อื้อ! มายตกใจและพยายามดิ้นออกจากบุคคลปริศนานั้นพร้อมทั้งพยายามจะส่งเสียงร้องแต่ก็ไร้ประโยชน์เสียแล้ว...

จบตอนที่18 by อาโอะ

--------------------------------------------

เป็นไงมั่งสนุกกันไหมเอ่ย ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะ จะเอาไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีๆขึ้นไปนา

เรียนพิเศษช่วงนี้เหนื่อยมากๆเยย พอเรียนกลับมาก็ง่วงหลับ แฮะๆเหมือนอู้เยย อิอิ หนูไปนอนแล้ว แล้วพบกันใหม่นา ก่อนไปก็อยากจะขอให้ทุกๆคนร่างกายแข็งแรง รักษาสุขภาพให้มากๆนา บ้ายบาย

------------------------------------

มุมตอบคอมเม้น

พี่บอย : กลายเป็นเปาบุ้นจิ้นไปแล้วหยอ -*- แล้วยังเอาอายเอียร์ไปแทนหวังเฉาหม่าหั้นอีกหยอ แถมตอนสุดท้ายยังมีการให้หนูร้องอะไรมะรู้น่าเกลียดเดี๋ยวหนูว่างนะ จะเขียนนิยายแกล้งพี่บอยคืน(แฮะๆ ล้อเล่นค๊า)

พี่โคโรโระ : ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดีเลย แต่สัญญานา ว่าจะต้องเอาให้หนูอ่านด้วยนา อิอิ

พี่บุตรมังกร : หายไปนานเลย กลับมาคอมเม้นหนูแล้วหยอฮิๆ ขอบคุณสำหรับคำชมมากๆเลยนาพี่บุตรมังกร และขอบคุณอีกทีนาที่สละเวลามาคอมเม้นหนู

**

วันนี้คอมเม้นยาวๆไม่ได้เลย ต้องรีบไปแล้ว โชคดีนาทุก ^ ^"

2007/May/11

ถ้าน่าติดตาม ก็กลับไปตอนก่อนหน้านี้ได้น้า ^0^"

ตอนที่1 http://myfiction.exteen.com/20061228/entry-2

ตอนที่2 http://myfiction.exteen.com/20070102/2-t-t

ตอนที่3 http://myfiction.exteen.com/20070107/entry

ตอนที่4 http://myfiction.exteen.com/20070121/entry#

ตอนที่5 http://myfiction.exteen.com/20070125/entry#

ตอนที่6 http://myfiction.exteen.com/20070128/entry#

ตอนที่7 http://myfiction.exteen.com/20070201/entry#

ตอนที่8 http://myfiction.exteen.com/20070205/entry

ตอนที่9 http://myfiction.exteen.com/20070212/entry

ตอนที่10 http://myfiction.exteen.com/20070220/entry#

ตอนที่11 http://myfiction.exteen.com/20070227/entry

ตอนที่12 http://myfiction.exteen.com/20070310/entry#

ตอนที่13 http://myfiction.exteen.com/20070317/entry#

ตอนที่14 http://myfiction.exteen.com/20070318/entry

ตอนที่15 http://myfiction.exteen.com/20070411/entry#

ตอนที่16.1 http://myfiction.exteen.com/20070419/entry

ตอนที่16.2 http://myfiction.exteen.com/20070501/entry

-------------------------------------------------

สวัสดีพี่ๆทุกคนนะคะ ตอนนี้อาโอะเปิดเทอมแย้ว โรงเรียนใหม่ ห้องใหม่ เพื่อนใหม่ ครูใหม่ เสื้อใหม่ กระโปรงใหม่ รองเท้าใหม่ กระเป๋าใหม่ หนังสือใหม่ และกล่องข้าวใบใหม่*-* ใหม่หมดเยย งือ รู้สึกว่าเพื่อนๆ(โดยเฉพาะ พวกผู้ชาย) จะให้ความสนใจกับอาโอะมากๆเลย ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่ไม่มีใครสนใจอาโอะสักคน รู้สึกเหมือนตัวหนูมีค่าขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว แต่จะว่าไปก็แปลก ไม่มีเพื่อนหนูจากโรงเรียนเก่าย้ายมาเรียนด้วยเลยT_T ทำให้ต้องปรับตัวอีกเยอะ แถมเปิดมาไม่นาน ก็ไปนั่งหลับในห้องทุกวันเลย -*-แต่ยังไงก็รู้สึกได้ว่าที่นี่ก็มีคนรักอาโอะเยอะเหมือนกันแหละน่า

----------------------------------------------------

เข้าเรื่องเลยดีกว่า เนื่องจากเมื่อวานหยุด1วัน อาโอะก็เลยปั่น ปั่นและปั่นนิยาย ให้เสร็จ1ตอนใน1วันหลังจากอู้มานับสิบวัน *0* แฮ่ๆ แน่หละ หนูเปิดเทอมแล้ว ได้ไปเรียนพิเศษทุกวันเลย เวลา6โมงเย็น (แฮ่ วันนี้ไม่ได้เรียน)แถมวันเสาร์อาทิตย์ ยังเรียนทั้งเช้าทั้งเย็น *-* แม่อยากให้อาโอะเก่งละมั้ง แต่อาโอะก็ขี้เกียจจังเลยT_T ยังไงช่วงนี้หนูก็จะได้มีเวลาว่างน้อยลงกว่าเดิมแล้ว ยังไงก็ขอโทษทุกคนล่วงหน้าเลยนา

---------------------------------------------------

เอาหล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราเริ่มกันเลยดีกว่า นิยายๆ*0*

-----------------------------------------------------

ความเดิมตอนที่แล้ว : ในที่สุดความลับของคีมุนและอายก็เปิดเผยอายและเอียร์ปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี แต่ส่วนเรื่องของอายและคีมุนตกลงกันได้อย่างไรนั้น คงต้องรอฟังกันต่อไปแล้ว ส่วนอีกด้านหนึ่ง มายที่ที่กำลังจะเดินทางเข้าเมืองนั้นก็บังเอิญได้พบกับนฤพานที่ใส่ชุดแต่งงานสีชมพูดูประหลาดพร้อมทั้งหิ้วตะกร้าปิดผ้าสีขาวไว้ด้วย พวกเธอมีจุดประสงค์ที่จะเข้าเมืองเหมือนกัน แต่นฤพานไม่กล้าเข้า มายเลยอาสาพานฤพานเข้าเมืองเอง ณ ที่หน้าเมืองนั้นพวกเธอได้พบกับทหารยามรักษาการห้าคนพวกเขามีหน้าที่ตรวจสอบของผิดกฎหมาย และแน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องตรวจสอบทั้งคู่ด้วย และปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อนฤพานนั้นไม่ยอมให้ตรวจสอบตะกร้าของเธอนั้นเอง...

-----------------------------------

ตอนที่ 17

อย่าทำเธอนะ มายเอ่ยขึ้นเพื่อขอให้ทหารคนที่สามผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำพร้อมด้วยทรงผมที่ตัดสั้นรอบหนังศีรษะแต่ไว้ตรงส่วนด้านบนหัวชี้ตรงขึ้นพร้อมโพกผ้าโพกหัวสีเทาไว้นั้น ให้หยุด

อย่า นะ>< นฤพานร้องขึ้นแล้วรีบใช้ข้อศอกของเธอปัดบริเวณคมของหอก จากแรงนั้นทำให้ทหารผู้มีร่างกายสูงใหญ่นี้ กระเด็นออกไปอีกเช่นกัน ส่วนตัวเธอนั้น ก็มีรอยถลอกเล็กๆเกิดขึ้นเท่านั้น ทำให้มายและทหารที่เหลือตกใจมิใช่น้อย ขอ โทษ ขอโทษ นฤพานพยายามรีบพูดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้แต่ก็ยังช้าอยู่ดี

ยิงมัน! ทหารธนูบนหอคอยที่ใส่ชุดเหล็กสีเงินแตกต่างจากทหารธนูคนอื่น สั่งแล้ว ทหารธนูในเกราะสีแดงอีกสามคนที่เหลือ ซึ้งง้างคันธนูรออยู่นาน ก็ปล่อยลูกธนูของเขาพุ่งไปหานฤพานอย่างรวดเร็ว

ดิ ชั้น กลัว แล้ว นฤพานเอ่ยขึ้นแล้วรีบปล่อยมือข้างขวาออกจากตะกร้าขึ้นมากันใบหน้าตนเองไว้

ลูกธนูทั้งสามพุ่งปักเข้าที่ส่วนต่างๆของนฤพาน ดอกหนึ่งไปปักแขนขวาของนฤพาน ส่วนดอกที่สองปักไปที่ขาข้างขวาของเธอ แล้วดอกที่สามนั้นพุ่งเฉี่ยวแขนซ้ายของเธอไป

ทันทีที่ลูกธนูปักที่ร่างของนฤพาน ก็ทำให้เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง เมื่อทหารทุกคนรวมทั้งมายต่างตกตลึงที่นฤพานนั้น ไม่มีเลือดออกแม้แต่น้อย

คือ ชั้น นฤพานเริ่มทำอะไรไม่ถูกแล้ว เธอพยายามจะอธิบายกับทุกคนแต่ก็แสดงท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ไม่แสดงท่าทีเจ็บปวดออกมาแต่อย่างใด

ปีศาจ! ทหารธนูชุดแดงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

รีบตีกลองเรียกทหารทุกคนมาเร็วเข้า ทหารคนที่หนึ่งผู้มีรูปร่างไม่ใหญ่ไม่เล็กนัก แต่หน้าตาออกจะดูหล่อกว่าทุกคนในกลุ่ม ใส่หมวกเหล็กสีแดงครอบทั้งหัวมีปอยผมยาวลงมาปิดที่ตาข้างซ้ายไว้ ตะโกนบอกทหารที่อยู่ใกล้กลองที่สุด

รับทราบ ทหารธนูในชุดเกราะแดงที่มีรูปร่างเล็กกว่าเพื่อนตอบรับ แล้วรีบวิ่งไปที่กลองใบใหญ่ พรี้อมทั้งรีบตีทันที

เสียงกลองดังตึง ตึง ตึง ตึงอย่างรวดเร็วและกังวานไปทั่วทั้งเมือง

เรื่องใหญ่แล้วสิเนี่ย มายพูดขึ้นด้วยสีหน้าตึงเครียด

ชั้น ชั้น ชั้น ชะ...ชะ ชั้น... นฤพานเริ่มพูดคำเดียวย้ำไปย้ำมาเรื่อยๆดูท่าเธอจะตกใจถึงขีดสุดแล้ว

ถอยกลับรอทุกคนมากันก่อน ทหารคนที่ห้า ผู้มีร่างกายไม่สูงไม่ใหญ่ แต่ไว้ผมยาวประบ่าชู้ฟูไม่เป็นทรง พูดขึ้น ทหารที่เหลืออีกสี่คน รวมพวกที่กระเด็นกันไปคนละทิศละทาง ต่างรีบวิ่งเข้าไปที่ป้อมทันที เมื่อมายเห็นดังนั้นแล้วก็รีบสะบัดแขนออกจากทหารที่หน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม แล้ววิ่งไปหานฤพานทันที

ไม่เป็นไรใช่ไหม มายถามนฤพานหลังจากที่เธอวิ่งมาถึงนฤพานแล้ว

คือ ชั้น...ไม่ อยาก ให้ เป็น อย่าง นี้ นฤพานหันมาน้ำตาคลอเบ้าพร้อมทั้งพูดกับมาย

อือ มายพยักหน้า

เกิดอะไรขึ้นหรือลูก เสียงที่ฟังดูแล้วเป็นเสียงชายแก่ที่แฝงความอบอุ่นไว้ข้างในกล่าวขึ้น เขาคือหลวงพ่อองค์เดิมนั้นเอง พร้อมกับเหล่านักบวชที่เดินตามหลังหลวงพ่อมานั้น

ปีศาจครับหลวงพ่อ ช่วยจัดการมันด้วย ทหารที่มีปอยผมปิดลงมาที่ตาข้างซ้ายรีบบอกหลวงพ่อโดยไว

... หลวงพ่อฟังแล้ว หันไปทางด้านของพวกมาย ทำให้ท่านเกิดอาการตกใจขึ้นทันที เด็กผู้หญิงผมดำเมื่อเช้า... หลวงพ่อคิดในใจ และเดินเข้าไปหาทั้งคู่เรื่อยๆช้าๆ

หลวงพ่อระวัง พวกปีศาจนั่นดีๆนะครับ นังปีศาจที่ถือตะกร้านั่นมันมีแรงเยอะยิ่งกว่าช้างเสียอีก ทหารคนที่สองซึ่งมีรอยบากที่ตาซ้ายยาวไปถึงปากด้านขวา เอ่ยเปรียบเทียบ

ใช่ครับ ดูที่ธนูที่ยังปักตัวมันอยู่ก็ได้ ทหารที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำเอ่ยสมทบ

อย่าทำร้ายเธอนะ มายพยายามออกตัวปกป้องนฤพาน

ดีแวร์ วีวานนาไฟน์ แด่พระเจ้า เราต้องการค้นพบปีศาจร้ายที่แฝงกายอยู่ข้างกายพวกเรา โปรดช่วยเราเถิด หลวงพ่อเปิดหนังสือพร้อมทั้งกล่าวด้วยเสียงอันดังกึกก้อง

ดีแวร์ วีวานนาไฟน์ แด่พระเจ้า เราต้องการค้นพบปีศาจร้ายที่แฝงกายอยู่ข้างกายพวกเรา โปรดช่วยเราเถิด เหล่านักบวชพูดตามหลวงพ่อทันที

เวทย์อะไรน่ะ มายพูดขึ้นลอยๆ

โปรดบอกเราด้วยว่าหญิงสาวเบื้องหน้าเรานั้นคือปีศาจหรือไม่ สิ้นเสียงหลวงพ่อกล่าว ก็มีแสงสีขาวลอยขึ้นมาจากหนังสือ และพุ่งไปหาที่นฤพานทันที แล้วครอบคลุมร่างกายของนฤพานทันที

อ๊ะ... นฤพานมีท่าทีตกใจในแสงที่พุ่งอยู่รอบตัวเองนั้น

อ๊า~~~ นฤพานอย่าเป็นอะไรนะ มายพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่กล้าแตะที่ตัวของนฤพาน

ไม่นานนักแสงสีขาวก็ไหลขึ้นมารวมกันที่เหนือศีรษะของนฤพาน แล้วลอยขึ้นฟ้าหายไปทันที

เป็นยังไงมั่งหลวงพ่อ ทหารคนที่สี่ซึ่งคาดผ้าปิดตาข้างซ้ายไว้ เอ่ยถามขึ้น

เธอมิใช่ปีศาจแต่อย่างใด สบายใจได้ หลวงพ่อเอ่ยขึ้นหลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก

ฟิ้วววว~ มายนำมือขึ้นมาปาดเหงื่อพร้อมถอนหายใจ ค่อยยังชั่วหน่อย ที่หลวงพ่อคนนี้เข้าใจ มายพูดขึ้นกับนฤพาน

ค่ะ นฤพานพยักหน้า

เป็นไปได้อย่างไรกัน ก็ปีศาจนั่นมันมีแรงเยอะมากจริงๆนะครับ ทหารที่ที่มีรอยบากที่ใบหน้า เอ่ยขึ้นกับหลวงพ่อ ด้วยสีหน้าร้อนรนปนไม่เชื่อในคำพูดของหลวงพ่อ

กองรบหน่วยกลางที่เจ็ด เดินทางมาถึงแล้ว!!! เสียงของทหารผู้ถือธงรูปสิงโตนำทัพกองรบหน่วยที่เจ็ด ตะโกนดังออกมาจากปากประตูทางออกของเมือง

มิต้องแล้ว พวกเจ้ากลับไปปฏิบัติภารกิจ ของพวกเจ้าที่ละทิ้งมากันต่อเถิด เป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดเท่านั้น หลวงพ่อหันหน้ามากล่าวกับทหารเหล่านั้น

ครับ! ทหารนำทัพหน่วยที่เจ็ดตอบรับแล้วหันหลังกลับไปหาพรรคพวก ร่วมเกือบร้อยชีวิต กลับ... กลับ เป็นเพียงการเข้าใจผิด ทั้งหมด... กลับหลังหัน ทหารผู้นำทัพเอ่ยเสร็จ ก็มีเสียงบ่นดังแซดออกมามิใช่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ต้องทำตามอยู่ดี หลังจากทหารทั้งหมดกลับหันหลังเสร็จ นายทัพก็วิ่งไปอ้อมไปที่ข้างหน้าทัพ แล้วเดินนำกลับไปทันที ดูท่า หลวงพ่อจะเป็นที่เชื่อถือของทุกคนจริงๆ

... นายทหารยามทั้งห้าคนและทหารธนูบนหอสังเกตการณ์อีกสี่คนพูดไม่ออกได้แต่นิ่งเฉย

อ่า ขอบคุณมากๆนะคะ ที่ช่วยพวกเราไว้ มายวิ่งเข้าไปหาหลวงพ่อ แล้วพูด พร้อมทั้งโค้งคำนับ

พ่อยังสงสัยในตัวของลูกๆทั้งสองอีกเยอะ ยังไง พ่อขอให้ลูกทั้งสอง กลับเข้าไปในเมืองกับพ่อทีได้หรือไม่

ค่ะ... นฤพานล่ะว่ายังไง มายตอบรับแล้วหันไปหานฤพานเพื่อถาม

ค่ะ ค่ะ นฤพานพยักหน้าตอบรับ

แต่หลวงพ่อครับ เรายังมิได้ตรวจสอบตะกร้านั้นเลยว่ามีสิ่งใดอยู่ นายทหารที่มีรอยบากที่หน้า วิ่งเข้ามาบอกหลวงพ่อ

ใช่ครับ ทหารที่เหลือสนับสนุน

อืม... ลูกจะเปิดให้ใครดูมิได้เลยหรือ หลวงพ่อหันไปถาม

ไม่ ได้ นฤพานพูดพร้อมกอดตะกร้านั้นไว้แน่น

ยังไงก็ช่าง เอาธนูออกก่อนเถอะ มายหันมาบอกนฤพานพร้อมดึงธนุที่ปักที่แขนของนฤพานออกอย่างง่ายดาย

แล้วพอจะบอกพ่อได้หรือไม่ ว่าในนี้เป็นอะไร หลวงพ่อเอ่ยถาม แล้วจ้องไปที่ตาของนฤพาน

... นฤพานจ้องตาคู่นั้นอยู่สักพักแล้วพยักหน้า

ฮือ อะไรกันแน่นะ ทหารที่หน้าตาดีที่สุดเอ่ยขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ

นั่นสิ ทหารที่เหลือเดินตามเข้าไป

บอก แต่ หลวง พ่อ...กับ มาย... นฤพานเอ่ยขึ้นอีกที

พวกลูกทั้งห้า ถอยออกไปก่อนเถิด หลวงพ่อหันบอกทหารทั้งห้านั้น

ครับ ทหารทั้งห้าตอบรับ แล้วถอยออกไป

เอาหล่ะ เหลือแต่เรากับหลวงพ่อแล้ว บอกได้ยังล่ะนฤพาน มายรีบพูดขึ้นทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น

...เธอพยักหน้าอีกครั้งแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆทั้งคู่ พร้อมทั้งมีสีหน้าอายๆ แล้วพูดเบาๆว่า ลูก...

มายและหลวงพ่อเงียบไปซักพักด้วยอาการอึ้งปนงง

ฮ่ะๆๆๆ ยังงี้เองรึ งั้นพวกเราเข้าเมืองกันได้แล้วหล่ะ หลวงพ่อหัวเราะออกมาหลังจากเงียบไปสักพัก แล้วหันหลังกลับเดินนำเข้าไปในเมือง ลูกๆ ให้พวกเธอเข้ามาได้ มิต้องกลัวอันตรายหรอก หลวงพ่อหันมากล่าวกับทหารทั้งห้า

ครับ ทหารทั้งห้า ตอบรับ ท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก

เอาหล่ะ พวกเธอเดินตามพ่อมาเถิด หลวงพ่อหันหลังไปหานักบวชทั้งหกที่ติดตามหลวงพ่ออยู่นั้น

ครับ(ค่ะ) เหล่านักบวชทั้งหกที่ติดตามหลวงพ่อตอบรับ แล้วเดินตามเข้าไปทันที

เรา ก็ไปกันเถอะ มายหันมาชวนนฤพานแล้วเดินนำไปช้าๆ

ค่ะ นฤพานพยักหน้าแล้วเดินตามมายไป...

อีกด้านหนึ่ง เวลาไล่เลี่ยกับเมื่อครู่ไม่นานนัก แต่ท้องฟ้าดูท่าจะมืดเสียแล้ว...

ตกลง เราจะไม่ไปดูหน่อยหรอว่าเสียงกลองเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น อายเอ่ยถามเอียร์ขึ้นในขณะนั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านเคนสุเกะนั้น

ไม่ได้ๆ อายต้องเรียกคีมุนออกมาเดี๋ยวนี้เลย เอียร์ที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะพูดแล้วส่ายหน้าพร้อมกอดอก

เอาหล่ะ หนูจะเล่าย่อๆให้พี่ฟังเองก็ได้ อายเอ่ยขึ้น

เอ๋? ทำไมละ ให้คีมุนออกมาไม่ได้หรอ เอียร์ถามพร้อมมีสีหน้างุนงง

แฮะๆ ตอนนี้หนูให้ คีมุนนอนอยู่น่ะค่ะ... คือยังงี้ ในเวลาที่พวกเราตื่นทั้งคู่ เวลาคนนึงคิดอะไร อีกคนก็จะรู้ด้วย... อายอธิบายออกไปก่อน แล้วมองดูอาการของพี่สาวเธอ

...แล้ว แล้วยังไงต่อละ แล้วตอนแรกพวกเธอทำยังไง ถึงได้... เอียร์เริ่มมีท่าทีสงสัยมากขึ้น

ในตอนแรก... หนูฟื้นขึ้นมาแล้วคีมุนเขาหลับอยู่ในร่างตอนนั้นหนูยังไม่รู้หรอก แต่พอทุกคนกลับมาถึงที่เต๊นแล้วนอนกันหมด คีมุนเขาก็ตื่นในขณะที่หนูยังนอนไม่หลับเข้าน่ะสิ อายอธิบายยาวแล้วหยุดอธิบายดูอาการของเอียร์อีก

... เอียร์ไม่พูดอะไร เธอจ้องตาอายอย่างเดียวสีหน้าดูจริงจัง เล่นเอาอายกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ทีเดียว

ไม่เอาน่าพี่ พี่ทำอย่างนี้หนูกลัวนะ ดูไม่เหมือนพี่เวลาปกติเลย อายเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยิ้มแหยๆ

หรอ...ขอโทษที พี่ก็เครียดมากไปนิดน่ะ อะเล่าต่อสิ เอียร์เริ่มมีสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นเล็กน้อย

ค่ะ... แล้วความคิดของพวกเราก็คิดชนกันไปชนกันมาทะเลาะกันในความคิด อยู่นานมากเลย แต่พอเอาไปเอามา หนูก็รู้สึกเหมือนกับหนูเข้าใจคีมุนมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว...คีมุนเขาเลยอธิบายว่า พวกเรามีสมองเดียวกันหัวใจเดียวกันเลยทำให้เป็นแบบนี้ แถมยังบอกว่า นิสัยของพวกเราทั้งสองจะผสมกันทำให้นิสัยเปลี่ยนอีกด้วย และพวกเราก็ตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว แล้วหนูก็หลับไปปล่อยให้คีมุนใช้ร่าง โดยที่ไม่รังเกียจเลย น่ะสิ อายอธิบายยืดยาวพร้อมทำท่าประกอบ ให้เอียร์ฟัง

ตกลงกันง่ายจริงนะ... ไม่กลัวเจ้าคีมุนคิดไม่ซื่อกับร่างอายรึไง เอียร์ถามต่อด้วยความสงสัย

ก็หนูบอกแล้ว ว่าหนูอ่านความคิดเขาออก แถมความรู้สึกของพวกเราก็สื่อกันเข้าใจโดยไม่ต้องคุยด้วย รู้สึกเหมือนเป็นคนๆเดียวกันเลย...ละมั้ง อายตอบ

อย่างงี้เองหรอเนี่ย แล้วยังงี้... เอ่อ เอียร์มีท่าทีตะกุกตะกัก ไม่กล้าถาม

อะไรหรอคะพี่ ถามได้เลย อายพูดพร้อมลุกขึ้นไปนั่งข้างๆเอียร์

คือ แล้วตอนนี้ อายจะมีความรู้สึกแบบผู้ชายหรือ...คีมุนเขามีความรู้สึกแบบผู้หญิงออกมาบ้างไหมล่ะ เอียร์พูดพร้อมแสดงอาการเขินอาย

หนูจะรู้ได้ยังไงล่ะพี่ อายก็มีท่าทีเขินอายไม่แพ้กัน ...แต่ ไม่แน่หรอก หนูก็พอรู้สึกได้ว่าหนูเปลี่ยนไปเหมือนกัน อายพูดต่อ

งั้น ต่อไปนี้ ห้ามอาบน้ำกับพี่เป็นอันขาด พี่กลัว เอียร์ลุกขึ้นพร้อมหันมาบอกอาย

อ้าวไหงงั้นล่ะคะพี่ อายพูดด้วยอาการตกใจ

ไม่แน่ อายอาจจะมีความรู้สึกแบบผู้ชายก็ได้ หรือไม่คีมุนก็อาจจะแอบตื่นขึ้นมาดูก็ได้... ไม่รู้หล่ะ พี่ไปอาบน้ำก่อนแล้ว อายรอไปก่อนเลย เอียร์อธิบายแล้วรีบเดินออกจากห้องทันที

มันก็จริงแฮะ อายเอ่ยขึ้นลอยๆ พร้อมทั้งมองเอียร์เดินออกจากห้องไป

อ้าว... เอียร์ปรับความเข้าใจกับอายแล้วหรือ เคนสุเกะที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของเขา มองเห็นเอียร์ที่ออกมาจากห้องรับแขก เลยรีบถาม

ได้แล้ว...แล้วมิโกะล่ะ เอียร์ตอบก่อนที่จะถามกลับ

เคนสุเกะฟังแล้วก็ส่ายหน้าทันที

ยังเลย... เอ่อ พอดีผมจะไปต้มน้ำให้มิโกะน่ะครับ ขอตัวก่อนนะ เคนสุเกะพูดแล้วรีบเดินไปที่ครัวทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากเอียร์

เห้อ...แต่ละคน... เอียร์คิดในใจ ก่อนจะเดินไปที่ห้องอาบน้ำ

เวลาผ่านไปสักพัก อายที่นั่งรออยู่เฉยๆก็เริ่มแสดงอาการเบื่อออกมา

เห้อออกไปเดินเล่นหน่อยดีกว่าแฮะ อายพูดกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องแล้วนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงหอบดังฮั่กๆ ออกมาจากห้องของเคนสุเกะ เธอจึงเดินเข้าไปดูจึงพบกับมิโกะที่นอนสั่นไม่หยุดอยู่ในผ้าห่มผืนโต เอ มิโกะท่าทางจะไม่ดีซะแล้วสิ อายเขยิบเข้าไปมองหน้ามิโกะใกล้ๆแล้วคิดในใจแล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของมิโกะ เย็นเฉียบเลยแฮะ... อายเอ่ยต่อ

ไงอาย... เคนสุเกะที่ถือถังน้ำอุ่นเดินเข้ามาเอ่ยทัก เล่นเอาอายสะดุ้งโหยงทีเดียว

อ๊ะ เคนสุเกะ...ก็คุยกับพี่เขารู้เรื่องแล้วละ อายหันไปตอบ

ครับ... เคนสุเกะตอบรับ แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆมิโกะด้านตรงข้ามอาย ก่อนจะเริ่มนำผ้าขึ้นมาชุบน้ำเช็ดบริเวณหน้าผากของมิโกะ

ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่สักพักไม่พูดอะไรกัน

แก... จู่ๆ มิโกะก็ละเมอเพ้อคำพูดนี้ออกมา

? อายมีท่าทีสงสัยแต่ไม่ได้พูดอะไร

เคนสุเกะ แกฆ่าแม่ชั้น... มิโกะเพ้อออกมาต่อ ทำให้เคนสุเกะชะงักไปเช่นกัน

... อายเริ่มมีท่าทีสงสัยในตัวเคนสุเกะทันที

ไปตายซะ ไม่ใช่แม่ชั้น แต่เป็นแก ไปตายซะ!!!! มิโกะตะโกนออกมาลั่นทั้งๆที่ดูๆไปแล้วเธอยังคงหลับอยู่แท้ๆ พร้อมทั้งยังกระอักเลือดออกมาจากปากอีกด้วย

จบตอนที่ 17 by อาโอะ

--------------------------------------------

เป้นไงมั่ง สนุกไหมเอ่ย ปั่นวันเดียวเสร็จเยย อุอุ*.* ตะกร้าใส่ลูกอยู่ข้างในจริงรึป่าวนะ อิอิ อยากดูรอติดตามนา(อีกนานเลยT_T)

เอาหล่ะอาโอะไปแล้วนา แล้วเจอกันใหม่นะทุกคน ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ร่างกายแข็งแรงกันทุกคนเลย

บ้ายบาย

-------------------------------------------

มุมตอบคอมเม้น

พี่บอย : ไม่ต้องมาร้องเพลงล้อหนูเลย หนูอุส่านั่งแต่งตั้งนาน เชอะ > .< แล้วตกลงพี่บอยจะเป็นผีดิบจริงๆหยอT_T เลิกเป็นเถ้ออออออออ

พี่โอม : หนูไม่ได้เป็นผู้หญิงชอบผู้หญิงนะพี่โอมชอบว่าแต่หนูเรื่อยเลยT_T แถมยังเอาพี่ๆคนอื่นมายัดใส่ตะกร้าของนฤพานอีก แล้วคราวหน้าไม่ต้องมามุขพระอภัยนะพี่ มาเป็นพี่โอมเลยดีกว่า อิอิ

พี่โคโรโระ : ช่วงนี้ไม่ค่อยลำบากแล้ว แต่แย่กว่านั้นคือ หนูกลายเป็นคนง่วงง่ายไปเยยอยู่ห้องเรียน ก็ง่วง พอพักเที่ยงก็นอนๆๆ ไม่กินอะไร พอกลับมาบ้าน ตอน4โมงเย็น ก็นอนออกไปเรียนพิเศษกลับมา2ทุ่มครึ่ง อาบน้ำดูทีวีสักสี่ทุ่ม(ถ้าเป็นวันอังคารกับวันพฤหัสจะ6ทุ่มเพราะดูตีสิบ กับเป็นต่อ ^^") ก็นอนเลย คิคิ มันเป็นอาการของอะไรหรอ ถ้าพี่โคโรโระรู้บอกทีนา ต่อไป เรื่องอายกับคีมุนอยู่ในร่างเดียวกัน คงไม่ค่อยมีอะไรตลกหรอก จะเป็นปัญหาระหว่าง อาย+คีมุนกับเอียร์ซะมากกว่า หุหุ เรื่องของอายกับมาย ที่นิสัยคล้ายกันนี่ ก็อันเนื่องมาจากที่นิสัยของคีมุนในวัยเด็กที่หายไปแล้วไหลเข้าไปในร่างของอายด้วยนิดหน่อย อิอิกะให้เป็นอย่างนั้น จากนิสัยที่เหมือนกันระหว่างอายกับเอียร์ทำให้ดูแตกต่างออกไป ตอนแรกหนูกะจะให้ดูเป็นอย่างนั้นนะคะ แต่เอาไปเอามา ดันไปคล้ายกับมายซะได้ หนูไม่ได้คิดถึงข้อนี้เลย -*- จะพยายามเขียนให้นิสัยห่างๆกันหน่อยนา อิอิ ส่วนชุดแต่งงานสีชมพูนี่ได้มาจากไอเดียที่งานแต่งที่คุณแม่พาอาโอะไปนา แล้วมีเด็กคนนึงทำน้ำมิรินด้าสีแดงหกใส่ชุดแต่งงาน ของเขา เลยได้ไอเดียมานา แฮะๆ^ ^"เรื่องทหาร หนูแก้ให้แล้วไม่รู้ดีขึ้นไหม หวังว่าจะดีขึ้นนา แฮะๆ ส่วนเรื่องเอาจินตนาการจากหนูไป หนูไม่ว่านา เอาไปได้เลย ยิ่งดีๆ เหมือนมีเพื่อนเลย เรามาแต่งด้วยกันนะพี่โคโรโระ ส่วนยุงลาย วันนี้ก็โดนยุงกัดขาเยอะมากๆ เนื่องจากแอบนอนหลับในห้องเรียนคนเดียวตอนพักเที่ยง แง้ว*-* สุดท้าย ขอบคุณพี่โคโรโระมากๆเลย ที่อุตส่าแนะนำสิ่งดีๆและเป็นห่วงสุขภาพหนุ ขอบคุณมากค่ะ ยังไงพี่ก็รักษาตัวเองด้วยนะคะ บ้ายๆ


edit @ 2007/05/11 19:15:15

2007/May/01

ถ้าน่าติดตาม ก็กลับไปตอนก่อนหน้านี้ได้น้า ^0^"

ตอนที่1http://myfiction.exteen.com/20061228/entry-2

ตอนที่2 http://myfiction.exteen.com/20070102/2-t-t

ตอนที่3 http://myfiction.exteen.com/20070107/entry

ตอนที่4 http://myfiction.exteen.com/20070121/entry#

ตอนที่5 http://myfiction.exteen.com/20070125/entry#

ตอนที่6 http://myfiction.exteen.com/20070128/entry#

ตอนที่7 http://myfiction.exteen.com/20070201/entry#

ตอนที่8 http://myfiction.exteen.com/20070205/entry

ตอนที่9 http://myfiction.exteen.com/20070212/entry

ตอนที่10 http://myfiction.exteen.com/20070220/entry#

ตอนที่11 http://myfiction.exteen.com/20070227/entry

ตอนที่12 http://myfiction.exteen.com/20070310/entry#

ตอนที่13 http://myfiction.exteen.com/20070317/entry#

ตอนที่14 http://myfiction.exteen.com/20070318/entry

ตอนที่15 http://myfiction.exteen.com/20070411/entry#

ตอนที่16.1 http://myfiction.exteen.com/20070419/entry

----------------------------------

ก่อนอื่นก็ สวัสดีพี่ๆทุกคนนา

ช่วงนี้พยายามทำตามคำแนะนำของพี่โคโรโระอยู่ แต่ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง มันคงชินแล้วละมั้งT_T

เอาหล่ะ นิยายวันนี้ ไม่รู้ว่าจะสนุกหรือป่าว แต่รับรองมีบทเด่นของตัวละครที่หายไปกลับมาแน่นอน

เป็นใครลงไปอ่านกันเลยดีกว่านา...

-------------------------------------

ความเดิมตอนที่แล้ว : เบรฟนั้นได้เกิดอาการบ้าคลั่งขึ้น ในคราวนี้มันช่างร้ายแรงเสียจนหยุดไม่ได้ หมู่บ้านการูด้าทั้งหมดถูกทำลาย ไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น... เบรฟหยุดความบ้าคลั่งลงจากคำพูดของหญิงสาวการูด้าคนหนึ่งซึ่งหญิงสาวคนนี้นั้น ก็เพิ่งโดนเบรฟกัดคอไปแต่ดื่มเลือดไม่หมด เป็นที่แน่นอนที่เธอก็ต้องกลายเป็นลูกน้องของเบรฟไปโดยปริยาย หลังความบ้าคลั่ง เบรฟได้ขุดหลุมฝังศพการูด้าทุกคนอย่างง่ายๆ แล้วฝังไว้แบบนั้นที่ท้ายหมู่บ้าน หลังเหตุการณ์นี้คงได้แต่หวังว่าจะมีการูด้าคนอื่นหลงเหลืออีกอยู่ที่ใดสักแห่ง แต่หากไม่มีแล้ว คงจะหลงเหลือแต่ ครายองค์หญิงของเผ่าการูด้า และหญิงสาวการูด้าอีกคนที่ถูกเบรฟเรียกว่าเครย์ แต่พวกเธอก็มีสภาพเป็นผีดิบไปเสียแล้ว คงได้แต่หวังว่า เบรฟจะไม่เกิดอาการแบบนี้ขึ้นอีก ละหมัง...

------------------------

ตอนที่ 16.2

รีบตอบมาสิ! เอียร์เอ่ยเสียงดังลั่น ใส่กับหญิงสาวที่มีหน้าตาคล้ายตนเองหยั่งกับแกะเบื้องหน้าเธอ ใช่แล้ว อายนั่นเอง อายมีท่าทีเหมือนคนมีความลับที่ไม่อาจพูดได้ ได้แต่ยืนอ้ำอึ้งไม่สบตาเอียร์นั้น ฉันบอกให้ตอบไงเล่า!! เอียร์ตวาดเสียงดังขึ้นอีกทำให้อายมีท่าทีสั่นกลัวเอียร์มากยิ่งขึ้นแต่ก็ยังนิ่งเงียบอยู่แบบนั้น

ไม่เอาน่าเอียร์... เคนสุเกะที่ยังคงอุ้มร่างน้องสาวตนอยู่ ฟังอยู่นั้น ก็ต้องรีบห้ามไว้เพื่อไม่ให้เรื่องแย่ลงมากกว่านี้

นาย... ที่นายบอกจะช่วยที่ว่า คือช่วยตัวเองใช่ไหม แล้วยังมาอยู่ในร่างของน้องชั้น นายหวังจะทำอะไรอีก!... เอียร์พูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางโกรธเคืองอย่างมาก ดูท่าจะเย็นไม่ลงเสียแล้ว

คะ...คะ คือ...คือ... อายเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นๆ

ไม่เอาน่า พูดกันตอนนี้ มันใช้อารมณ์พูด มันไม่ดีหรอก...ยังไงซะ ผมคิดว่า... เคนสุเกะพูดแทรกอายขึ้นมา

ตอบเดี๋ยวนี้! เอียร์ตวาดเสียงดังตัดบทเคนสุกะไป ทำให้เคนสุเกะพูดอะไรต่อไม่ได้

คือ...ผม...ยอมรับว่า ผม...เข้ามา...อยู่...ในร่างของอายก็จริง แต่ คีมุนยอมรับแต่โดยดี

แต่อะไร เอียร์กำหมัดแน่นเสียจนแขนสั่นตามไปด้วย แล้วพูดขึ้น

แต่อาย...น้องสาวของคุณ...ก็ยังอยู่ในร่างนี้เหมือนกันนะ... คีมุนในร่างอายพยายามอธิบาย

จริง...จริงเหรอ เมื่อได้ฟังเรื่องที่คีมุนเล่า เอียร์ก็เริ่มคลายอารมณ์โกรธลงบ้าง แต่ก็ยังมีท่าทีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่นั้น

ครับ คีมุนในร่างอายพยักหน้า

แล้วไหนล่ะ ไหนล่ะ อาย...เรียกอายออกมาสิ... เอียร์สั่งคีมุนด้วยสีหน้าที่ดูมีความหวังมาก

ครับ... คีมุนในร่างของอายตอบรับ แล้วมองหน้าเอียร์ด้วยดวงตาสีม่วงเข้มนั้น ก่อนจะหลับตาลงแล้วเอามือข้างขวามากุมที่หน้าอก อาย...ได้ยินผมมั้ย อาย คีมุนเอ่ยขึ้นมากับตัวเอง

อืมมมม... ยังง่วงอยู่เลย แล้วอายก็เอ่ยขึ้นกับตัวเองอีกครั้ง แต่มีสำเนียงการพูดที่ต่างกันออกไป

ไม่ได้นะครับ ถ้าไม่ตื่นตอนนี้ละก็ ผมคงแย่แน่ คีมุนในร่างอายพูดขึ้นอีก

ก็ได้ก็ได้ ตื่นแล้วๆ อายที่ดูท่าว่าจะเป็นตัวจริง พูดขึ้น อ๊า หลับซะนานเลย แต่รู้สึกไม่สบายเลยแฮะ อายพูดต่อ พร้อมทั้งยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจแล้วบิดตัวไปมา

???...นายเล่นตลกอะไร เอียร์เริ่มสงสัย ในขณะที่เคนสุเกะก็ไม่พูดอะไรนอกจากคอยรอดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น

เปล่านะคะพี่ อายเอ่ยขึ้นแล้วลืมตาหันไปทางเอียร์ ให้เห็นดวงตาของเธอที่กลับมาเป็นสีน้ำตาลแล้วนั้น

อายงั้นเหรอ เอียร์กลับมายืนในท่าปกติดูไม่ดุเดือดเหมือนเมื่อครู่ ก่อนที่จะพูดขึ้น จะพิสูจน์ ด้วยอะไรล่ะ? เอียร์ตั้งคำถามต่อ

เมื่อตอนเราอายุเจ็ดปี พวกเราแอบออกมาเล่นน้ำกันสองคน แล้วหนูเกือบจมน้ำ ดีที่พี่ช่วยไว้ได้ทันด้วยผ้าห่มสีแดงผืนนั้น...ตอนสิบขวบ หนูแอบไปเล่นต้นไม้สุดที่รักของพ่อจนกิ่งหัก แล้วพี่ก็ยอมรับผิดแทนหนู... แค่นี้พอหรือยังล่ะพี่ อายเดินไปเล่าความหลังไป จนตัวอายเข้าไปอยู่ใกล้ๆกับตัวเอียร์

มันก็ใช่อยู่หรอกนะ...แต่ว่า... เอียร์ฟังถึงแม้จะเชื่อบ้าง แต่ก็ยังมีท่าทีสงสัยอยู่ดี

ฮิฮิ คิดแล้วหละพี่ก็ต้องไม่เชื่อที่หนูพูด เอางี้ละกัน อายหัวเราะไปพูดไป แล้วถอยตัวเองออกห่างเอียร์ไปเล็กน้อย แฮ่มๆ... ไม่มีใคร-ที่ดี-และร้ายไปเสียทั้งหมด ไม่มีใครที่จำ-ได้หมด แต่ความคิดนั้นไม่ลืม ไม่มีใคร-ที่ฝืน-ชีวิตให้มิตายได้ แต่ว่าเรา-สามารถ-กำหนดเส้นทางเองได้... อายหลับตาไปร้องเพลงไปเต้นส่ายตัวไปส่ายตัวมาประกอบเพลงที่เธอร้อง

พอแล้ว... พอแล้วหล่ะ... เอียร์เริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ ฮือๆๆๆๆๆๆๆ... เอียร์ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเริ่มร้องไห้ เอามือขึ้นมาเช็ดน้ำตาแล้วปิดหน้าตัวเอง

พี่อย่าร้องสิ หนูไม่ได้ไปไหนแล้วนี่ไง หนูอยู่กับพี่แล้ว อายเดินเข้าไปปลอบเอียร์ที่กำลังร้องไห้อยู่นั้น

พี่ ฮึกๆ เมื่อกี้...พี่นึกว่า อายจะ...โฮ~~... เอียร์เข้ากอดอายทันทีที่อายเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งเอ่ยคำพูดผสมเสียงร้องไห้ออกมา

หนูอยู่นี่แล้วไง หนูอยู่นี่แล้วไงคะพี่ ฮิฮิ อายสวมกอดเอียร์พร้อมทั้งเอ่ยปลอบ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เคนสุเกะที่ดูทั้งคู่อยู่นานถอนหายใจแล้วยิ้มเล็กๆ ก่อนจะกลับมาสนใจที่น้องสาวตัวเองต่อ เขาอุ้มมิโกะขึ้น แล้วพาเข้าบ้านไปนอนพักทันทีปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันสองต่อสองนั้น

คงอีกนาน...กว่าทั้งคู่จะคุยกันจบ และคงจะนานมากขึ้นอีกแน่ เพราะคีมุนจะต้องออกมาอธิบายเหตุผลให้เอียร์ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ แต่อย่างไรก็คงจบด้วยดีหล่ะนะ...

อีกด้านหนึ่ง

ในเวลาเย็นๆจวนจะค่ำเต็มที ที่ชายป่าติดกับเมืองอาซาฮินะ หญิงสาวผมดำคาดที่คาดผมสีขาว ปอยผมรูปหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์

เอาหล่ะแค่ผ่านพุ่มไม้นี่ไปเราก็จะพบกับ...โอ๊ย! มายพูดด้วยอาการดีใจ แล้วใช้มือแหวกผ่านพุ่มหญ้า ก่อนจะโผล่หน้าไปชนกับบางสิ่งเข้าอย่างจัง จนเธอล้มลงกับพื้นดังโครม

ปะ...เป็น ยัง ไง มั่ง คะ เสียงหญิงสาวพูดติดๆขัดๆ เธอคือนฤพานนั่นเอง เธอแต่งตัวด้วยผ้าสีชมพูบางๆซ้อนกันหลายๆชั้นและกระโปรงชมพูบางๆซ้อนกันประมาณสองถึงสามชั้น ดูไปดูมาคล้ายๆชุดแต่งงานอย่างไงอย่างงั้น มือทั้งสองข้างของเธอนั้นอุ้มตะกร้าใบเล็กๆประมาณครึ่งฟุตคูณครึ่งฟุตเห็นจะได้ และมีผ้าสีขาวหนาๆปิดไว้

ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ มายตอบ แล้วพยายามลุกขึ้นก่อนหันมามองที่ต้นเสียง คุณดู...สวยจังเลยนะคะ... มายเอ่ยแล้วจ้องหน้านฤพานที่มีสีหน้าท่าทีเป็นห่วงอยู่อย่างนั้น ทำให้นฤพานมีท่าทีเขินอาย

ชั้น ไม่ สวย อะ ไร หรอก... นฤพานเอ่ยหน้าแดง

เอ แล้วเมื่อกี้ เราชนเธอไป เธอบาดเจ็บตรงไหนมั้ย มายแสดงอาการเป็นห่วงออกไปก่อนทั้งที่ตัวเองก็เจ็บอยู่มิใช่น้อย

อ๊ะ...ชั้น ชั้น ไม่ เจ็บ หรอก ค่ะ นฤพานตอบแบบยิ้มๆ คุณ น่ะ สิ เป็น อะ ไร มาก หรือป่าว นฤพานเอ่ยถามแสดงน้ำใจกลับ

ไม่เจ็บมากหรอก ว่าแต่เธอมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ มายตอบพร้อมถามกลับ

ชั้น จะ เข้า เมือง อา ซา ฮี นะ แต่ ไม่ ได้ กล้า เข้า ค่ะ นฤพานตอบ แต่พอเธอพูดยาว ภาษาก็เริ่มเพี้ยนดังที่เคยพูดกับเบรฟมาแล้ว

เอ๋ จะเข้าเมืองแล้วไม่กล้าหรอ ฮิๆ เราก็จะเข้าเหมือนกัน ได้ๆ เดี๋ยวชั้นพาเธอเข้าเมืองเองนะ มายเอ่ยบอกนฤพานไป ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม คงด้วยนิสัยที่เป็นคนง่ายๆ และดูบ๊องๆของเธอ ทำให้ตีความคำพูดของนฤพานได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่ ที่ หน้า เมือง มี ยาม เยอะ ใน ใน ช่วง นี้ นะ คะ นฤพานเอ่ยบอกมายแล้วชี้มือข้างหนึ่งไปทางหน้าเมือง

พวกเราไม่ได้ทำผิดอะไรนี่นา จะกลัวทำไม ตอนเรามาเมืองนี้ครั้งที่แล้วเราเดินเข้า...เอ...เราไม่ได้เดินเข้านี่นา แล้วเข้าไปในเมืองได้ไงเนี่ย-*-? มายพูดอยู่สักพักก็ทำท่าทางครุ่นคิดเหมือนจำอะไรไม่ได้

เอ๋? อะ ไร หรือ คะ นฤพานแสดงท่าทีงงเล็กน้อย

เอาเถอะช่างมันเหอะ ก็ตอนเราเดินออกเราก็เดินออกมาจากเมืองเฉยๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย มายทำท่าทีไม่ใส่ใจ แล้วเอ่ยตอบนฤพานไป

จริง หรือ คะ นฤพานถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

จริงสิ ปะๆๆ เข้าเมืองกัน มายตอบแล้วชักชวนต่อ

ค่ะ ค่ะ นฤพานพยักหน้าสองรอบ

งั้นตามเรามานะ มายเอ่ย แล้วเดินนำหน้านฤพานไป นฤพานก็เดินตามมายต่อทันที

ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรอ เราชื่อมาย มายหันมาถามนฤพานระหว่างเดิน

ฉัน น ฤ พาน ค่ะ ยิน ดี ได้ ที่ รู้ จัก คุณ มาย นะ คะ นฤพานตอบติดๆขัดๆผิดๆถูกๆเช่นเคย

ฮิๆ ได้เพื่อนใหม่อีกแล้วแฮะ มายหันกลับมาพูดลอยๆคนเดียว

ทั้งคู่เดินไปจนใกล้จะถึงปากทางเข้าเมืองแล้ว เมื่อมองไป จะเห็นทหารยามในชุดเกราะซามูไรสีแดงครบตัวห้าคนยืนคุยกันอยู่ และข้างบนหอที่สร้างจากไม้ซุงใหญ่ขนาบประตูเมืองไว้ ยังมีทหารธนูยืนคุมอีกหอละสองคน

เอาหล่ะ ทีนี้ก็แค่ขอเข้าเมืองก็เรียบร้อยแล้ว มายเอ่ยขึ้นหลังเดินมาถึงบริเวณหน้าประตู ขอโทษนะคะคือว่าขอพวกเราผ่านเข้าเมืองหน่อยได้ไหมคะ มายเดินเข้าหาทหารเหล่านั้นพร้อมทั้งเอ่ยขออนุญาตด้วยท่าทางอันเป็นมิตร แทรกการสนทนาของพวกทหารเหล่านั้น

ฮืม... ทหารทั้งห้าคนหันมาทางมายและนฤพาน

คือพวกเราขอเข้าเมืองหน่อยได้ไหมคะ มายเอ่ยถามซ้ำ

โฮ่ พวกน้องสาวมาจากไหนกันละนี่ ทหารคนแรกเอ่ยถาม

เฮ้ไม่ต้องไปสนหรอกน่า ค้นตัวก็พอมั้ง ทหารคนที่สองขัดทหารคนแรก

เออ ข้าก็ว่างั้น แกนี่มันเจ้าชู้จริงๆเลย ทหารคนที่สามพูดเสริม

ฮ่าๆๆๆ ทหารคนที่สองและสี่ หัวเราะคำพูดของทหารคนที่สาม ทำให้ทหารคนที่หนึ่งอายม้วนใหญ่ทีเดียว

ฮิๆ แม้แต่มายยังอดหัวเราะไม่ได้

หัว เราะ อะ ไร กัน หรอ นฤพานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

อ๋อ พี่ชายเขาชอบมีแฟนหลายคนน่ะ มายหันมากระซิบนฤพาน

คะ? นฤพานมีท่าทีไม่เข้าใจคำพูดของมาย

เมื่อวานก่อนเกิดเรื่องข้าก็เห็นมันไล่จีบสาวมือมีดอยู่ด้วยนะเว้ย ทหารคนที่สี่เอ่ยแซวทหารคนที่หนึ่งเพิ่ม

เฮ้ยพูดมากน่ะ... เอาเถอะข้าว่าค้นตัวดีกว่า ทหารคนที่หนึ่งพยายามเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

เปลี่ยนเรื่องเชียวนะ มายหันกลับมาแซวเสริมทหารคนอื่นๆ

ฮ่าๆๆๆ ทหารคนที่สอง สามและสี่หัวเราะคำพูดของมายเสียงดังเชียว

เอาน่ะ เอ้าน้องสาวเปิดเป้ให้ดูหน่อยสิ ว่ามีของผิดกฎหมายหรือเปล่า ทหารคนที่หนึ่งพยายามเก็บความเขินอายแล้วเดินเข้ามาถามทันที

นี่ค่ะ อายเปิดเป้ใบน้อยที่เธอพกไว้ตลอดให้ทหารนั้นดู

อืม ไม่มีอะไรแฮะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย เอ้าผ่านๆ ทหารคนที่สองชะโงกหน้ามาดูแล้วเอ่ยขึ้น

เอ้าแล้วเธอล่ะ ทหารคนที่สี่ ทำหน้าที่ของตนเองต่อทันที

คะ? นฤพานเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสงสัย

คือ... ช่วยเปิดผ้าที่ปิดตะกร้านั่นให้พวกเราดูของข้างในได้ไหม ทหารคนที่สี่อธิบาย

ไม่ ได้ นฤพานปฎิเสธ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมทั้งส่ายหน้า

เอ๋? ทำไมละ มายหันมาถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้รับคำตอบ

น่าสงสัยแฮะ ทหารคนที่สองละความสนใจจากตัวมายมาที่นฤพาน เอ้ย ฝากดูน้องสาวของแกไว้ก่อนนะ ทหารคนที่สองไม่วาย ยังพูดแซวทหารคนที่หนึ่งทิ้งท้ายแล้ว เดินตามทหารคนที่สามที่เดินเข้าไปก่อนไป

ถ้าเปิดไม่ได้ ก็แปลว่ามันต้องเป็นของผิดกฎหมายแน่ๆ ล้อมเธอไว้ก่อน ทหารคนที่สามเอ่ยแล้ววิ่งไปข้างหลังนฤพาน

เปิดตะกร้านั่นให้ดูเถอะน่า พวกเราไม่อยากจะบังคับเธอหรอกนะ ทหารคนที่สองพยายามเกลี้ยกล่อมนฤพาน

ไม่ ได้ นฤพานปฎิเสธอีกครั้งแล้วกอดตะกร้าแน่นยิ่งขึ้น

เฮ้ย แกก็มาช่วยกันหน่อยดิ่วะ มัวจ้องอะไรอยู่ได้ ทหารคนที่สี่หันไปเรียกทหารคนที่ห้า ที่ยืนจ้องหน้ามายมาตั้งแต่ตอนแรกไม่ทำอะไรแล้ว

ข้าสงสัยในตัวผู้หญิงคนนี้น่ะ ทหารคนที่ห้าเอ่ยพร้อมชี้ไปที่มาย

เอ๋ แล้วเค๊าน่าสงสัยด้วยหรอ มายแสดงท่าทีตกใจ

ทำไมละ ทหารคนที่หนึ่งหันไปถามทหารคนที่ห้า

ข้าสงสัยว่า ผู้หญิงคนนี้ ใช่คนที่มาช่วยเจ้าเด็กปีศาจนั่นไว้หรือป่าวน่ะสิ ทหารคนที่ห้าอธิบาย

เด็กปีศาจ? มายไม่แน่ใจในคำพูดของทหารคนที่ห้านั้น

เฮ้ย ไม่น่าใช่มั้ง ทหารคนที่หนึ่งเอ่ย ในขณะที่ทหารอีกสามคนกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้นฤพานเปิดตะกร้านั้นกันอยู่

พวกแกไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี่ แต่... ข้าก็ไม่แน่ใจ เพราะเมื่อเช้าข้าอยู่ไกลเกินไป ทหารคนที่ห้าอธิบายต่อ

งั้นคุมตัวไว้ก่อนก็ดี ทหารคนที่หนึ่งเชื่อในคำพูดของทหารคนที่ห้านั้น

เอ๋ไหงงั้นล่ะ มายตกใจอีกครั้ง

ถ้ายังงั้น คงต้องใช้กำลังแล้วหล่ะ ทหารคนที่สองเอ่ยขึ้นหลังจากที่พยายามเกลี้ยกล่อมนฤพานอยู่นาน แต่ไม่เป็นผล แล้วเข้าไปจับที่แขนซ้ายของนฤพานทันที

ไม่ ได้ นฤพานยังยืนยันคำเดิม

พวกเราช่วยกันจับตัวไว้ เร็ว! ทหารคนที่สองเรียกทุกคน

ไม่ นะ นฤพานแสดงท่าทีตกใจ แล้วสะบัดแขนข้างที่โดนทหารคนที่สองจับอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดเมื่อ ทหารคนที่สองนั้นกระเด็นหลุดออกจากแขนของนฤพานอย่างรวดเร็วออก ทำให้เป็นที่ตกใจของทหารคนอื่น รวมทั้งมายด้วย

เหวอ~ ทหารคนที่สองร้องด้วยความตกใจระหว่างลอยอยู่ จนในที่สุดร่างของเขาก็กระเด็นไปลงที่พุ่มไม้ในป่า ทำให้ไม่เป็นอันตรายมากนัก

เฮ้ย! ปีศาจ ชักอาวุธ! ทหารคนที่สี่ตะโกนเสียงดังเรียกทหารที่อยู่ใกล้ทุกคน

เล็งธนูเตรียมไว้! ทหารธนูบนหอธนูคนหนึ่งสั่งให้พลธนูบนหอทั้งสอง เหนี่ยวคันธนูไว้สำหรับพร้อมยิง

ดิ ชั้น ไม่ ได้ ตั้ง ใจ นฤพานพูดด้วยอาการตกใจพร้อมทั้งหันหลังกลับไปเตรียมวิ่งหนีแต่ไปชนเข้ากับทหารคนที่สี่ที่ดักอยู่ด้านหลัง ทำให้ทหารคนที่สี่นั้นกระเด็นเข้าป่าไปอีกเช่นกัน

นฤพาน เธอทำอะไรน่ะ มายเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเป็นห่วงมากกว่าจะกลัวนฤพานเมื่อนฤพานได้ยินดังนั้น เธอก็หยุดอยู่กับที่ ไม่วิ่งต่อแล้วหันกลับมา

คือ คือ มาย ชั้น กลัว นฤพานหันกลับมาพูดกับมาย

เฮ้ยปีศาจชัดๆ ทหารคนที่หนึ่งพูดขึ้นในระหว่างการสนทนาระหว่างมายกับนฤพานโดยไม่ได้สนใจคำพูดของพวกเธอเลย นอกจากแรงมหาศาลของนฤพานนั้น

ข้าคิดไว้แล้วว่านั่งพวกนี้น่าสงสัย ทหารคนที่ห้าเอ่ยเสริมให้ความคิดตนเอง

รบ~~~! ทหารคนที่สามตะโกนขึ้นแล้วพุ่งหอกของเขาเข้าไปที่นฤพานทันที...

จบตอนที่ 16.2 by อาโอะ

-------------------------------------

จบแย้วจินะ

คิคิคิ นฤพานคัมแบ็คหล่ะ ^o^ ฮิๆ เด๋วให้เบรฟได้พบทุกคนก่อน จะเริ่มทยอยเอาตัวละครใหม่ๆลงนา อิอิ

ช่วงนี้อาการดีขึ้นเยอะมากๆเลย หรือจะเป็นเพราะว่าหนูทำตามคำแนะนำของพี่ๆกันแน่นะ ^_^

ยังไงก็ขอให้ทุกๆคน ร่างกายแข็งแรง รักษาสุขภาพกันให้มากๆนะ ไปแย้ว บ๊ายบาย

-----------------------------------------

มุมตอบคอมเม้น

พี่บอย : พี่บอยกลายเป็นผีดิบไปแย้วหยอ *0* ไม่อาวนะ กลับมาเหมือนเดิมนาแง~~~~T_T ปล.พี่บอยกลายร่างหลายคอมเม้นมาก น่ากลัวง่า>.<

พี่BlueFlame: ช่วงนี้ไม่ได้แตะmsnเลย เอาไว้มีโอกาศจะแอทไปนะคะ

พี่โคโรโระ : หลังจากที่พี่แนะนำหนูก็เริ่มทำตามสิบวันได้ รู้สึกดีขึ้นจริงๆ แฮะๆ ดีจัง ต่อไปจะพยายามนอนให้เร็วๆเลยนา แต่นอนเร็วมากๆก็แต่งนิยายไม่ได้เยย เพราะช่วงหกโมงเช้าจนถึงสองสามทุ่มเสียงแถวบ้านอาโอะจะดังมากเลย(กะติดตลาดกะถนนนินา) หนูก็เลยชอบเขียนดึกๆ ได้อารมณ์ดีกว่านา ก็เด๋วนี้อาโอะนอนตอนสี่ถึงหกทุ่มเลยนะ ไม่ได้นอนดึกๆเหมือนแต่ก่อนแล้ว การอธิบายให้สิ่งไม่มีชีวิตให้มีชีวิตได้นี่อ่านไปดูง่าย แต่มันทำยากจังเยยT_T คราวหลังจะลองเอาไปทดสอบใช้ดุนา จะออกมาดีขึ้นใหม่เนี่ย*-*ฮิๆ พูดถึงคนช่วยแต่งนี่แฮ่ๆ เขาแค่บอกว่าตรงที่โหดๆควรจะเป็นยังไงเท่านั้นแหละนา อิอิ ทำให้ปั้นฉากโหดได้เยอะเลย แต่ผิดเพียบT_T แฮะๆจะแก้ไขต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะพี่โคโรโระ อ๊ะลืมบอกไปเบรฟเป็นคนเศร้าง่ายหายไวนาส่วนคิดเองเออเองนี่มะแน่จาย (กลับไปค้นกองกระดาษหาคาแร็คเตอร์เบรฟก่อนนาอิอิ) ปล.นิดๆ ชอบจัง คำว่ายอดชายนายเบรฟ เนี่ย *-*

พี่โอม : เบรฟน้ำหนักเท่าเดิมนา ไม่ได้หนักขึ้นเลย(แฮะๆมุขนา อย่าโกรธหนูเยย) แล้วไหงไปเอาคำพูดของโคนันมาใช้หล่ะเนี่ย เล่นซะโหดเชียว แถมมาว่าเบรฟของหนูเป็นผู้ชายโรคจิตได้ไง เดี๋ยวก็ปล่อยเบรฟคุงไปกัดคอเลยนา แฮะๆ ปล.พี่โอมไหงบอกว่าตัวเองบ้ากามอย่างนั้นล่ะ-*- ปล2.จะไม่นอนดึกแล้วนาอิอิ

พี่ส้ม : เรทหนูต้อง21+เลยหยอT_T อ๊าคำผิดเยอะขึ้นเพียบเลย ต้องปรับปรุงให้มากขึ้นๆแย้วหล่ะ>.< เรื่องสำนวนผิด*-* เยอะเหมือนเดิมเลย คำว่าเงาวาน แต่งเองชักไม่แน่ใจเองแย้วจิ-*-ส่วนคำว่า นำร่างกายมาปกป้องลูกสาวของเธอเอาไว้ หนูก็เพิ่งคิดได้แฮะ ว่าใครจะหยิบเอาตัวเองมาป้องกันได้ อิอิส่วนเรื่องการอธิบายสัดส่วนผู้หญิงนี่อ่า- -" หนูก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นาจำๆเอาจากการ์ตูนวอนดิสนี่เก่าๆของพี่นา แฮะๆ-*- เลิกดูไปนานแล้ว(เป็นวีดีโอหมดเลย สงสัยเสียหมดแย้วมั้ง>.<) ส่วนตาเบิกกว้างนี่ แฮะๆ เหมือนโจทย์คณิตศาสตร์เลยหยอ หนักใจมาก- - เรื่องทำให้กระชับและเห็นภาพมากขึ้น คงต้องขัดเกลาต่ออีกมากเลย ตอนนี้นิยายยังไม่ได้เริ่มหามาอ่านเลย การ์ตูนก็ไม่ได้อ่าน ตื่นมาก็กินๆ ออกไปวิ่งเล่น กลับมาก็กินๆ แต่งนิยายแล้วนอน -*-ง่ายดีจังเรา ส่วนเรื่องการนอนนี้ หนูเพลาๆลงแล้ว สัญญาๆ ฮิๆ ตอนนี้เอาใสๆแบบขุ่นๆ? ให้แล้วนา แฮะๆ-*- ส่วนเบรฟจะเป็นแวมไพร์ไปจนจบหรือไม่ ต้องติดตามต่อไปนะท่านส้ม ^_^ พูดถึงชื่อเรื่อง ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน เดี๋ยวช่วยกันคิดๆๆๆ ดีกว่านาแฮะๆ ส่วนชื่อเรื่องที่พี่ส้มให้มา อ่านแล้วจะนึกว่า มันจะกลายเป็นเรื่องการกำเนิดเจ้าแม่แวมไพร์ที่เคยเป็นผู้ชายมาก่อนแทนอ่าจิ -.- อิอิ เบรฟต้องอยู่ในร่างผู้หญิงจินา ส่วนที่เรียกว่าเขา ก็เพราะว่าตามสภาพสมองของเบรฟและด้วยความที่ร่างเก่าเป็นชาย เลยเรียกแบบนั้น หรือถ้าควรจะต้องเปลี่ยน ช่วยแนะนำด้วยนะ หนูก็กลัวใช้ผิดเหมือนกัน รบกวนด้วยนะคะ>.<ขอบคุณพี่ส้มมากๆนะ ที่เป็นห่วงอาการของอาโอะนา พี่ส้มก็รักษาตัวเช่นกันนา ขอบคุณมากๆค่ะปล.พี่บอยต้องติดเชื้อจริงๆแน่เลยอิอิ ไปแล้วนะ บ๊ายบาย


edit @ 2007/05/01 12:49:53